ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าปุงเถ่ากงเชียงใหม่

 

ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าปุงเถ่ากงเชียงใหม่





ศาลเจ้าปุงเถ่ากง เชียงใหม่ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่มีอายุมากกว่า 136 ปี สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของเหล่า บรรพชนชาวจีนโพ้นทะเล มีสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะจีนโบราณ โดยอาคารหลังเดิมสร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และได้พบตัวเลข 2416 สลักอยู่บนไม้อกไก่ของหลังคา ซึ่งเชื่อว่าเป็นปีที่ก่อสร้าง สำหรับที่ดินที่ตั้งอาคารศาลเจ้านั้น เดิมเป็นที่ดินวัดร้าง ทางศาลเจ้าจึงได้ขอทำสัญญาเช่าที่ดินจากสำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ และเมือปี 2479 ศาลเจ้าได้ขึ้นทะเบียนอยู่ในการกำกับดูแลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 

ต่อมาคณะกรรมการและสมาชิกได้พิจารณาเห็นว่าอาคารหลังเดิมมีสภาพหลังคาเตี้ย คับแคบและชำรุดทรุดโทรมมาก จึงดำริที่ จะให้มีการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นทดแทนอาคารหลังเก่า ที่เสื่อมโทรมจนยาก ที่จะบูรณะได้ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2539 ตรงกับปีกาญจนาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ครบ 50 พรรษา ตรงกับวาระสมโภช 700 ปี นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่คณะกรรมการและสมาชิกจึงได้จัดให้มีการวางศิลาฤกษ์และได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่ จนเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ 2541 ซึงขณะนั้นมีนางสาว สมจิตร บูรณุปกรณ์ เป็นประธานชมรม ศาลเจ้าฯและได้จัดงาน ฉลองสมโภชอาคารศาลเจ้าหลังใหม่ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 ภายในศาลนอกจากองค์ปุงเถ่ากง-ม่า (เจ้าปู่ เจ้าย่า) แล้วยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันได้แก่เทพเจ้าที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถืออีกหลายองค์คือ

ทีตี่แป่บ้อ (เทพยดาฟ้าดิน) กวนอิมเนี่ยเนี้ย (เจ้าแม่กวนอิม) ไช้ซิ้งเหล่าเอี้ย (เทพเจ้าโชคลาภ) ฮั่วท้อเซียนซือ (เทพเจ้าโอสถ) เฮี้ยงเทียนเซียงตี่ หรือตั้วเล่าเอี้ย (เจ้าพ่อเสือ) เล้งซิ้ง (เจ้ามังกร) โฮ้วเอี้ย (เจ้าพยัคฆ์) ตี่จู้ (เจ้าที่) หมึงซิ้ง (เจ้ารักษาประตู) จึงได้มีการทำพิธีทางศาสนาเบิกเนตร (ไคกวง) และอัญเชิญเจ้าสู่ที่ประทับ (เซ่งเต่ย) ตามประเพณี ในปีพ.ศ 2542 นายวิบูลย์ โตวิวัฒน์ ได้รับเลือกเป็นประธานชมรมศาลเจ้าฯ ได้เล็งเห็นว่าหากมีการซื้อที่ดินและรื้อถอนอาคารที่บดบังหน้าศาลเจ้า ออกไปจะทำให้ด้านหน้าเปิดโล่งสู่แม่น้ำปิง ซึ่งจะทำให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จึงได้ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงิน เพื่อซื้อที่ดินดังกล่าว และในปี พ.ศ 2545 ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดตั้งเป็นมูลนิธิส่งเสริมปุงเถ่ากง เชียงใหม่ ขึ้นเมืองวันที่ 1 สิงหาคม 2545 โดยมีนายวิบูลย์ โตวิวัฒน์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ คนแรกและได้ซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 29 ตารางวา กะนั้นได้มีการวางแผนพัฒนาที่ดินหน้าศาลเจ้าให้มีความสวยงาม โดยจัดทำซุ้มประตูมังกร แกะสลักชื่อ “ศาลเจ้าปุงเถ่ากง เชียงใหม่” ต่อมาในปี 2547 ได้ซื้อที่ดินขยายเพิ่มอีก 2 แปลง เนื้อที่ 24 ตารางวา พร้อมจัดทำกำแพงแสดงประวัติความเป็นมาของศาลเจ้า และกำแพงแสดงถึงเทพเจ้าที่สำคัญ เช่นเทพเจ้ากวนอู ฮกลกซิ่ว แปดเซียนสิบแปดอรหันต์ ฯลฯ นอกจากนี้หน้าซุ้มประตูศาลเจ้ายังมีสิงโตหินแกะสลักตั้งตระหง่านขนาบประตูมังกรทั้งซ้าย ขวามีขนาดสูง 3 เมตร โดยนำมาจากมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน ต่อมาในปี พ.ศ 2549 ทางศาลเจ้าปุงเถ่ากงเชียงใหม่ ถือว่าเป็นปีแห่งการร่วมกัน พัฒนาคุณภาพชีวิตและให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ได้จัดให้มีการรณรงค์เกี่ยวกับการรักษาความสะอาดทั้งภายนอกและภายใน บริเวณศาลเจ้า อาคารศาลเจ้าทั้งหมดได้มีการทาสีใหม่ทั้งหลัง พร้อมติดตั้งพัดลมระบายอากาศจัดสร้างห้องน้ำขึ้นใหม่ ให้เป็น ระเบียบแยกห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงให้เป็นสัดส่วน

ศาลเจ้าปุงเถ่ากงเชียงใหม่นำเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวเชียงใหม่ ที่ได้ร่วมกันสร้างปูชนียสถานสำคัญอันเป็นศุนย์รวมใจ สืบต่อจากเหล่า บรรพชนชาวจีนโพ้นทะเลจากรุ่นสู่รุ่นไว้เป็นสาธารณสมบัติ และเป็นแหล่งท่องเทียวที่สำคัญของจังหวัด ต่อไป